--รีจิตตี้คืออะไร--
รีจิตตี้คือ
รีจีสตี้ คือ ฐานข้อมูลของวินโดวส์นั่นเอง ภายในตัวของรีจีสตี้ จะทำการเก็บค่าต่างๆ ของวินโดวส์
ไม่ว่าจะเป็นค่าของอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ หรือข้อมูลของโปรแกรมบางตัว หรืออาจจะเป็นขยะ ที่ทำให้
วินโดวส์ทำงานช้าลง
ข้อมูลภายในรีจีสตี้จะประกอบด้วยตัวเลขฐาน 2 , 10 , 16 และตัวอักษร การเปลี่ยนแปลงรีจีสตี้บาง
ตัวมีผลในทันที แต่บางตัวก็ต้องรอการรีสตาร์ทเครื่องใหม่เสียก่อน หากคุณลบ Value ในรีจีสตี้ คุณจะ
ไม่สามารถค้นคืนมาได้จาก ถังขยะ การลบในรีจีสตี้หมายถึงการลบจริงๆ ไม่ใช่เอาไปซ่อนไว้ที่ไหน
ถ้าคุณอยากให้ข้อมูลเก่าคืนมาละก็ ก่อนจะแก้ไขรีจีสตี้คุณต้อง ทำการสำรองมันไว้ก่อนทุกครั้ง ความเป็นมา
ในอดีต ก่อนการถือกำเนิดของวินโดวส์ 95 ภายในวินโดวส์ 3.x มีไฟล์นามสกุล .ini อยู่มาก
มาย หากโปรแกรมตัวไหนติดตั้ง ก็จะเข้าไปเขียนข้อมูลในไฟล์ ini (เช่น win.ini) หรือบ้างก็สร้างไฟล์
.ini ขึ้นมาเอง แต่
มักจะมีปัญหาคือ ไม่สามารถเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ได้
และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเราต้องการค้นหาเพื่อปรับแต่งข้อมูลในไฟล์ .ini ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก
เนื่องมาจาก ข้อมูลในไฟล์นั้นเป็นแบบ เท็กซ์โหมด กล่าวคือ มีข้อความเรียงกันเป็นบรรทัดไป เรื่อยๆ
จนกระทั้งวันหนึ่ง ก็มีคนพูดออกมาว่า "ทำไมเราไม่เอาข้อมูลมารวมกัน แล้วแบ่งเป็นหมวดหมู่หละ" นั่นเอง ระบบไฟล์ที่รวมข้อมูลของวินโดวส์และโปรแกรมที่ติดตั้งอยู่ในวินโดวส์ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา
ข้อมูลพื้นฐานและการแก้ไข
รีจีสตี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากไฟล์ เพียงไฟล์เดียว หากแต่ประกอบด้วยไฟล์ 2 ตัวคือ System.dat และ
User.dat โดยไฟล์ทั้งสองนี้จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลของรีจีสตี้ทั้งหมดไว้ และเมื่อเราต้องการเข้าไป
แก้ไขข้อมูลในรีจีสตี้ เราก็จะเรียกโปรแกรม REGEDIT.EXE เพื่อให้ตัวโปรแกรมแปลข้อมูลใน
ไฟล์ทั้งสองมาเป็นคีย์ต่างๆ ให้เราแก้ไขได้สะดวกอีกทีหนึ่ง ในคอมพิวเตอร์บางเครื่อง หากใช้ระบบ
มัลติยูสเซอร์ ไฟล์ User.dat ก็จะมีตามจำนวนยูสเซอร์ที่กำหนดไว้ ซึ่งคุณสามารถเข้าไปดูได้ที่
C:\windows\Profiles\ชื่อของยูสเซอร์ แต่ถ้าเครื่องคอมฯ เครื่องนั้นไม่ได้ใช้ระบบมัลติยูเซอร์ ก็จะมี
ไฟล์ System.dat , User.dat อยู่ที่ C:\windows เท่านั้นครับ
การแก้ไข Registry ด้วย regedit
สำหรับการแก้ไขรีจีสตี้ในวินโดวส์นั้น คุณต้องใช้โปรแกรม regedit ซึ่งมีอยู่วินโดวส์ทุกเวอร์ชั่นอยู่แล้ว
ตัวโปรแกรม regedit จะอยู่ที่ C:\windows คุณสามารถเรียกโปรแกรมผ่านเมนู RUN ด้วยการ
พิมพ์คำว่า regedit เหมือนกับภาพด้านล่างนี้ครับ

เมื่อตัวโปรแกรม regedit เปิดขึ้นมาแล้ว คุณจะเห็นกรอบหน้าต่างเหมือนรูปด้านล่างนี้
ลักษณะการจัดเก็บข้อมูลของรีจีสตี้ จะเหมือนกับโฟลเดอร์ ของ Windows Explorer ซึ่งกรอบทาง
ด้านซ้ายนั้น จะถูกแบ่งด้วยคีย์ต่างๆ ทั้ง 6 คีย์ ที่ถูกจัดแบ่งหมวดหมู่เอาไว้แล้ว ส่วนทางด้านขวามือ
จะเป็นกรอบที่แสดงค่าของรีจีสตี้ที่อยู่ในคีย์ต่างๆ โดยจะแสดงชื่อ (Name) และค่าที่อยู่ในชื่อ (Data)

เพื่อให้คุณมองเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น คีย์ทั้ง 6 นี้จะดึงข้อมูลมาจาก ไฟล์ System.dat และ
User.dat โดยที่คีย์
HKEY_CLASSES_ROOT
HKEY_LOCAL_MACHINE
HKEY_CURRENT_CONFIG
HKEY_DYN_DATA
จะดึงข้อมูลมาจากไฟล์ System.dat ข้อมูลที่อยู่ในคีย์เหล่านี้จะประกอบด้วย ค่าการตั้งฮาร์ดแวร์ต่างๆ
อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย รวมทั้งค่ากำหนดของระบบวินโดวส์ เช่น ไฟล์
การเกี่ยวโยงกับโปรแกรมที่ติดตั้งในเครื่อง
HKEY_CURRENT_USER
HKEY_USERS
จะดึงข้อมูลมาจาก ไฟล์ User.dat ข้อมูลที่อยู่ในคีย์เหล่านี้ จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้เครื่องคอมฯ
ที่เก็บค่าการตั้งของคุณเอาไว้ เช่น การตั้งสีของวินโดวส์ ธีมต่างๆ วอลเปเปอร์ ระบบเน็ตเวิร์ค รหัสผ่าน
รวมไปถึงการตั้งค่าต่างๆ ในคอนโทร พาเนลด้วย
ภายในคีย์หลักทั้ง 6 นี้ จะมีคีย์ย่อยซ้อนกันอยู่นับจำนวนไม่ถ้วน การเข้าไปยังคีย์ย่อยต่างๆ นั้น ก็โดย
การคลิกที่หน้าเครื่องหมาย + ที่อยู่หน้าคีย์หลัก เมื่อคุณคลิกไปแล้วคุณจะเห็นว่าเครื่องหมายหน้าคีย์
ที่ถูกคลิกนั้นกลายเป็นเครื่องหมาย - ไปแล้ว ถัดจากนั้นคุณจะเห็นคีย์ย่อยที่ซ้อนอยู่ปรากฏออกมา
ในคีย์ย่อย อาจจะมีคีย์ที่ลึกลงไปอีก ให้สังเกตดูว่ามีเครื่องหมาย + อยู่หรือไม่ ถ้าหากว่ามีอยู่ก็แสดงว่า
ยังไม่สิ้นสุดคีย์ คุณสามารถคลิกที่เครื่องหมาย + ให้มันแสดงคีย์ย่อยที่ซ้อนกันอยู่ออกมาได้
ดูรูปด้านล่างนี้ประกอบครับ

ถ้าเปรียบแล้วคีย์ของรีจีสตี้ก็เหมือนกับ รากของต้นไม้ที่งอกออกจากต้น แล้วแยกรากฝอยออกไปอีก
ถ้าหากเราอยากรู้ว่าเราเข้าไปในระดับไหนแล้วก็ให้ดูตรง สเตตัสบาร์ ดังตัวอย่างข้างล่างนี้

การ เพิ่ม,ลบ, เปลี่ยนชื่อค่าใน Registry
การเพิ่มค่า ให้รีจีสตี้นั้น ผมของแบ่งออกเป็นสองส่วนนะครับ คือ การเพิ่มคีย์ และการเพิ่มค่า (Value)
ในคีย์ เรามาดูที่การเพิ่มคีย์กันก่อน
การเพิ่มคีย์
วิธีแรก คลิกขวาที่คีย์ในกรอบวินโดวส์ด้านซ้ายมือคุณ ก็จะมีเมนูคำสั่ง New --> Key เมื่อคลิกเสร็จ
คุณก็จะได้คีย์ใหม่หนึ่งคีย์ โดยคีย์ใหม่จะเกิดขึ้น จะกลายเป็นคีย์ย่อยที่ อยู่ในคีย์ที่คุณคลิกทันที
วิธีที่สอง คลิกขวาที่กรอบวินโดวส์ด้านขวามือ ก็จะมีเมนูคำสั่ง New --> Key เมื่อคลิกเสร็จ
คุณก็จะได้คีย์ใหม่หนึ่งคีย์ โดยคีย์ใหม่จะเกิดขึ้น จะกลายเป็นคีย์ย่อยที่ อยู่ในคีย์ที่คุณคลิกทันที
การเพิ่มค่า (Value) ในคีย์
การเพิ่มค่าในคีย์นั้น ก็จะทำคล้ายกับการเพิ่มคีย์ทั้งสองวิธี แต่หลักการจะต่างกันนิดหน่อยคือ
เมื่อคุณอยากที่จะเพิ่มค่าที่คีย์ไหน ก็ให้คลิกขวา เลือกคำสั่ง New ที่คีย์นั้นไปเลยครับ ค่าก็จะเพิ่มขึ้น
ในคีย์นั้นทันทีครับ วิธีง่ายๆ ที่คุณจะเพิ่มค่าไม่ผิดคีย์ ให้ดูที่เสเตตัสบาร์ก่อนทุกครั้ง

ค่า (Value)ในคีย์ ค่าต่างๆ ในรีจีสตี้ จะมีอยู่ สามอย่างคือ
1. String Value เป็นค่าของตัวอักษรธรรมดา ส่วนใหญ่เอาไว้อธิบายหรือเก็บไว้ให้โปรแกรมดึงไป
แสดงผลเช่น ไตเติล หรือ ส่วนเมนูโปรแกรม
2. Binary Value เป็นค่าตัวเลข ในฐานสิบหก ซึ่งมีค่าตัวเลขคือ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 A B C D E F
3. DWORD Value เป็นค่าตัวเลขในฐานสิบ และ สิบหก แต่นิยมใช้แค่ 1 กับ 0 โดยเลขหนึ่ง
จะหมายถึงการ Enable (เปิดใช้งานค่านั้นๆ) ส่วนเลข 0 หมายถึงการDisable (ปิดการใช้งานค่านั้นๆ)
บางครั้งเราก็จะพบค่า DWORD ที่เป็นตัวเลขเยอะๆ เหมือนกัน วิธีการอ่านค่าเมื่อเจอ
ให้อ่านค่าที่อยู่ในวงเล็บด้านท้าย เพราะเป็นค่าฐาน10 จะอ่านง่ายกว่าค่าฐาน 16

การแก้ไขค่า เราสามารถทำการแก้ไขค่า ในรีจีสตี้ได้ง่ายๆ โดยการดับเบิลคลิกที่ ตัวไอคอนของ
ค่าต่างๆ กรอบสำหรับการแก้ไขค่าต่างๆ จะไม่เหมือนกัน แต่จะเหมือนกันอยู่สองแห่งคือ
Value name: บอกชื่อของค่าที่เราจะทำการแก้ไข
Value data: บอกค่าที่มีอยู่ก่อนแล้ว และเราสามารถเข้าไปเปลี่ยนค่าตรงนี้ได้

วิธีการลบคีย์ หรือค่า ที่อยู่รีจีสตี้นั้น ก็ทำได้ง่ายๆ โดยการคลิกที่คีย์ หรือค่าที่ต้องการจะลบ จากนั้นก็
กดปุ่ม Delete ที่คีย์บอร์ด วินโดวส์ก็จะขึ้นกรอบมาถาม เหมือนกับภาพด้านล่างนี้ครับ ถ้ามั่นใจ
ก็คลิก Yes ไปได้เลย
*** ข้อความระวัง ***
เมื่อคุณ คลิก Yes แล้วคุณจะไม่สามารถ เอาค่ากลับคืนมาได้ แล้ว ฉนั้น ก่อนจะลบอะไรในรีจีสตี้
ควรจะทำการสำรองข้อมูลที่จะลบนั้นก่อน คุณจะไม่เสียใจภายหลังอย่างแน่นอน

การเปลี่ยนชื่อ สำหรับในรีจีสตี้ การเปลี่ยนชื่อทำได้ง่ายๆ โดยการคลิกที่คีย์ หรือค่าที่เราต้องการจะ
เปลี่ยนชื่อ จากนั้นก็ทำการกดปุ่ม F2 ที่คีย์บอร์ดด้านบน พิมพ์ชื่อที่ต้องการจะเปลี่ยน แล้วกดปุ่ม
Enter เพื่อให้ชื่อเปลี่ยนไป หรือกดปุ่ม ESC เพื่อยกเลิกการเปลี่ยนชื่อ
หน้าที่ของคีย์ต่างๆ
เมื่อเปิด regedit คุณก็จะเห็น Key หลัก ทั้ง 6 นี้ ตัวหลักแต่ละตัวมีความสำคัญในการใช้งานดังนี้

1. HKEY_CLASSES_ROOT เป็นที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของไฟล์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งเข้าไป
ในเครื่องของเรา เช่น ไฟล์นามสกุล.psd นี้ เป็นของโปรแกรมไหน เป็นต้น
2. HKEY_CURRENT_USER จะเป็นข้อมูลที่ถูกคัดลอกมาจากคีย์ HKEY_USERS อีกทีหนึ่ง
ซึ่งข้อมูลที่ถูกคัดลอกมานี้ จะอยู่ในคีย์ย่อย HKEY_USERS\.DEFAULT
ในกรณีที่ไม่ได้กำหนดยูสเซอร์หลายคน หรือ HKEY_USERS\(ชื่อของยูสเซอร์ที่ Log on เข้ามา) ในกรณีที่ใช้ระบบมัลติยูสเซอร์ ค่าในนี้จะก็เป็นพวกการตั้งค่า สำหรับผู้ใช้แต่ละคนเช่น การตั้งสี
การตั้งขนาดของสกอลบาร์ ขนาดของไอคอน รวมของรูปแบบตัวอักษรที่ใช้ ฯลฯ ถือว่าเป็นส่วนที่เรา
จะเข้ามาวุ่นวาย มากที่สุดเลยหละครับ
3. HKEY_LOCAL_MACHINE ส่วนนี้จะเก็บข้อมูลของฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งไว้ในวินโดวส์
ค่าของฮาร์ดแวร์ที่เก็บไว้ในคีย์นี้ จะถูกดึงออกมาให้แสดงผลที่ Device Manager อีกทีหนึ่ง
และนอกจากนั้น ยังเก็บข้อมูลของโปรแกรมต่าง ๆ ทั้งหมดที่ติดตั้งในระบบวินโดวส์อีกด้วย
ซึ่งคีย์นี้ สามารถเข้าไปแก้ไข registry ค่าต่าง ๆ ได้ แต่ระวังหน่อยหละ
4. HKEY_USERS ส่วนนี้จะเป็นที่เก็บค่า default (ค่าเริ่มต้น) ของอุปกรณ์ชนิดต่อพ่วง รวมถึงการตั้งค่าต่าง ๆ ของ Control panel และค่าต่าง ๆ ของผู้ใช้เครื่องนั้น ๆ ด้วย จะมีข้อมูลของยูสเซอร์แต่ละคนที่ตั้งไว้ เช่น แถบสีไตเติลบาร์ รูปแบบฟอนท์ที่ใช้ หรือ วอลเปเปอร์ ฯลฯ
5. HKEY_CURRENT_CONFIG ค่าของ Hardware Profile ที่จะถูกเก็บไว้ในส่วนนี้
เช่น เมาส์ที่ใช้อยู่ รูปแบบของตัวอักษรในเครื่องต่าง ๆ เมื่อเราแก้ไข การตั้งค่านั้นจะถูก
เก็บไว้ในส่วนนี้ทันที จึงนับว่าเป็นส่วนที่อันตรายมากถ้าเราแก้ไขค่าในส่วนมั่ว ๆ เพราะมัน
จะส่งผลกระทบในแทบจะทันทีเช่นกัน
6. HKEY_DYN_DATA ใช้สำหรับตั้งค่าของ รหัส ต่างๆ ของ อุปกรณ์พวกฮาร์แวร์ เช่น ไดรฟ์
ซีดี ดิสก์ไดรฟ์ การ์ดเสียง พอร์ตที่ใช้งานในเครื่อง หรืออื่น ๆ ที่กำลังต่อพวงอยู่กับ
เครื่องคอมฯ ของเราในตอนนั้น คีย์ นี้จะถูกสร้างตอนเปิดเครื่องใหม่ทุกครั้ง เช่นกัน ไม่แนะนำ
ให้ไปยุ่งกับคีย์ นี้
โดย :katatummo
ที่มา: se-ed.net |