ข้อแตกต่างระหว่างสายพันธุ์ W32.Sasser.A@mm และ W32.Sasser.B@mm
| ลักษณะ |
W32.Sasser.A@mm |
W32.Sasser.B@mm |
| ไฟล์ของหนอน |
%Windir%\avserve.exe |
%Windir%\Avserve2.exe |
| ค่าเรจิสทรีย์ที่แก้ไข |
"avserve.exe"="%Windir%\avserve.exe"
|
"avserve2.exe"="%Windir%\avserve2.exe" |
ข้อมูลทั่วไป W32.Sasser.Worm หนอนชนิดนี้จัดเป็นโปรแกรมประเภท Exploit ที่จะโจมตีช่องโหว่ของ Windows LSASS หรือ MS04-011 ผ่านพอร์ต 445/TCP นอกจากนี้หนอนยังสามารถดาวน์โหลดและรันตัวเองด้วยโปรแกรม FTP ผ่านพอร์ต 5554/TCP ซึ่งไฟล์ของหนอนชนิดนี้มีชื่อว่า avserve.exe เนื่องจากหนอนชนิดนี้ทำการโจมตีช่องโหว่ Windows LSASS หรือ MS04-011 ดังนั้นจึงควรทำการอัพเดต patch เพื่ออุดรอยรั่วของช่องโหว่ดังกล่าวโดยเร่งด่วน และทำการปิดกั้นพอร์ตดังต่อไปนี้ที่เราเตอร์ เกตเวย์ หรือไฟร์วอลล์ของเครือข่าย
- พอร์ต 445/TCP เพราะเป็นพอร์ตที่หนอนใช้ในการโจมตี
- พอร์ต 5554/TCP เป็นพอร์ตที่ใช้ในการดวาน์โหลดไฟล์ของหนอนด้วยโปรแกรม FTP
- พอร์ต 9996/TCP เป็น Remote shell ที่ถูกเปิดโดยโปรแกรมประเภท Exploit ที่โจมตีช่องโหว่ Windows LSASS
จากรายงานที่ได้รับ เมื่อหนอนชนิดนี้รันตัวเองแล้ว จะส่งผลให้เครื่องปิดเองโดยอัตโนมัติ คล้ายกับผลกระทบที่เกิดจาก W32.Blaster.Worm จากนั้นหนอนก็จะพยายามทำการแพร่กระจายตัวโดยสุ่มหมายเลข IP เพื่อหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ได้ทำการอัพเดต patch MS04-011 ภาพแสดงผลหลังจากหนอนชนิดนี้แพร่กระจายในเครื่อง (Windows XP)    ภาพแสดงผลหลังจากหนอนชนิดนี้แพร่กระจายในเครื่อง (Windows 2000)   วิธีการแพร่กระจาย หนอนชนิดนี้สามารถแพร่กระจายโดยเริ่มจากทำการค้นหาเครื่องตามหมายเลข IP ที่ยังไม่ได้ทำการอัพเดต patch เพื่ออุดช่องโหว่ของ Windows LSASS หรือ MS04-011 เมื่อพบแล้วหนอนจะทำการโจมตีผ่านช่องโหว่ดังกล่าวโดยใช้วิธีการทำให้บัฟเฟอร์ล้น ใน LSASS.EXE ส่งผลทำให้มีการเปิดพอร์ต 9996/TCP จากนั้นหนอนจะสร้างสคริปต์ชื่อ cmd.ftp เพื่อเปิดพอร์ต 5554/TCP ใช้ในการดาวน์โหลดและรันไฟล์ของหนอนเอง ผลกระทบที่เกิดขึ้น
- เครื่องอาจทำงานผิดพลาด : เนื่องจากหนอนจะแก้ไขไฟล์และรีจิสทรี ทำให้เครื่องทำงานผิดพลาดได้
- เปิดการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ : หนอนจะสร้างพอร์ตที่ใช้ในการเชื่อมต่อ 5554/TCP และ 9996/TCP
- ไม่สามารถใช้งานเครือข่ายได้ : เพราะว่าหนอนจะสแกนหา IP เพื่อทำการแพร่กระจาย ทำให้มีความคับคั่งของข้อมูลในเครือข่ายสูงมาก จนไม่สามารถใช้งานได้
รายละเอียดทางเทคนิค
เมื่อหนอน W32.Sasser.Worm ถูกเอ็กซิคิวต์ จะมีกระบวนการดังนี้  วิธีกำจัดหนอนชนิดนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Windows XP หมายเหตุ: Windows XP ใช้ backup utility สำหรับ backup ไฟล์โดยอัตโนมัติไว้ที่โฟลเดอร์ C:\_Restore ดังนั้นไฟล์ที่ติดเชื้อสามารถถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ backup ได้ และ โปรแกรมป้องกันไวรัสจะไม่สามารถลบไฟล์เหล่านี้ได้ จึงต้องทำการยกเลิกการใช้งาน Restore Utility ตามขั้นตอนดังนี้
- คลิ๊กขวาที่ไอคอน My Computer บน Desktop และ เลือก Properties
- เลือกแถบ System Restore
- ใส่เครื่องหมายเลือก "Turn off System Restore" หรือ "Turn off System Restore on all drives"
- กดปุ่ม Apply
- กดปุ่ม Yes
หมายเหตุ: ตอนนี้ Restore Utility ถูกยกเลิกแล้ว
- หลังจากเรียกใช้งาน Fix tools เรียบร้อยแล้ว เปิดหาตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้จากโฟลเดอร์ C:\_Restore และกำจัดออก หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้วก็รีสตาร์ทเครื่องให้ใช้งานได้ตามปกติ
หมายเหตุ: การเปิดใช้ Restore Utility อีกครั้ง ให้ทำตามขั้นตอนที่ 1-5 และในขั้นตอนที่ 5 ให้ยกเลิกเครื่องหมายที่เลือก "Turn off System Restore" ออก
วิธีป้องกันตัวเองจากหนอนชนิดนี้
- กรองความคับคั่งของข้อมูล โดยปรับแต่ง Microsoft's Internet Connection Firewall ให้ปิดกั้นความคับคั่งของข้อมูลที่พอร์ตต่อไปนี้
- 445/TCP
- 5554/TCP
- 9996/TCP
- ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส และต้องทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสเป็นตัวล่าสุดอยู่เสมอ
- ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงช่องโหว่ (patch) ของทุกซอฟต์แวร์อยู่เสมอ โดยเฉพาะ Internet Explorer และระบบปฏิบัติการ ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่สุด
IE 6.0 Service Pack 1
Windows 2000 Service Pack 4
Windows XP Service Pack 2
และที่สำคัญเพื่อป้องกันหนอนชนิดนี้ ต้องอัพเดต MS04-011 ด้วย
- ตั้งค่า security zone ของ Internet Explorer ให้เป็น high ดังคำแนะนำที่
โดย:katatummo ที่มา:www.thaicert.or.th
|