--วิธีกำจัดไวรัสW32.Opaserv@mm--
ข้อมูลทั่วไป
W32.Opaserv@mm เป็นหนอนที่สามารถกระจายตัวเองผ่านเครือข่ายซึ่งจะพยายามทำการจำลองตัวเองผ่านไปยังเครือข่ายที่ได้เปิดแชร์ไว้ หนอนตัวนี้จะคัดลอกตัวเองไปยังเครื่องอื่นๆ เป็นไฟล์ชื่อ Scrsvr.exe และพยายามที่จะอัพเดตตัวเองโดยการดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ www.opasoft.com ถึงแม้ว่าเว็บไซต์ดังกล่าวจะไม่เปิดให้บริการแล้ว สิ่งที่บ่งบอกว่าเครื่องดังกล่าวติดหนอนชนิดนี้ประกอบด้วย
- การที่มีไฟล์ Scrsin.dat และ Scrsout.dat ในไดเรกทอรี C:\ บ่งบอกว่ามีการติดเชื้อของหนอนชนิดนี้ภายในเครื่อง
- การที่มีไฟล์ Tmp.ini ในไดเรกทอรี C:\ เป็นการบอกว่าเครื่องนี้มีการติดเชื้อของหนอนจากระบบเครือข่าย
- ค่าคีย์ของเรจิสทรีย์ HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\Current Version\Run ที่เดิมนั้นมีค่า ScrSvr หรือ ScrSvrOld ถูกเปลี่ยนเป็น c:\tmp.ini
รายละเอียดเชิงเทคนิค
หนอน W32.Opaserv@mm มีการทำงานดังนี้

วิธีการแพร่ระบาด
หนอนชนิดนี้จะกระจายตัวผ่านทางการแชร์ไฟล์ในระบบเครือข่ายที่ไม่มีรหัสผ่านป้องกัน
วิธีกำจัด
- การกำจัดหนอนแบบอัตโนมัติ
- ดาวน์โหลดไฟล์ FixOpsrv.exe จาก http://securityresponse.symantec.com/avcenter/FixOpsrv.exe
- ปิดทุกโปรแกรมที่กำลังใช้งานอยู่ก่อนรันไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากข้อ 1
- ตัดขาดการเชื่อมต่อจากเครือข่ายทุกทาง
- ถ้าใช้ระบบปฎิบัติการ Windows XP หรือ ME ให้ทำการ disable System Restore ก่อน
- จากนั้นทำการรันไฟล์ FixOpsrv.exe โดยการดับเบิลคลิ้กไฟล์ดังกล่าวแล้วกดปุ่ม start
- รีสตาร์ทเครื่อง แล้วรัน FixOpsrv.exe อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหนอนตัวนี้หลงเหลือในระบบ
- ถ้าใช้ระบบปฎิบัติการ Windows XP หรือ ME ให้ทำการ enable System Restore
- ปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสให้กับโปรแกรมป้องกันไวรัสที่ติดตั้งอยู่ในระบบ
- เมื่อรัน Tools ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ถ้าเครื่องนั้นติดไวรัสชนิดนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- จำนวนไฟล์ที่ถูกสแกน
- จำนวนไฟล์ที่ถูกลบ
- จำนวนโพรเซสของไวรัสที่ถูกหยุดการทำงาน
- จำนวนเรจิสทรีย์ที่ถูกลบ โดยเรจิสทรีย์ดังกล่าวเป็นเรจิสทรีย์ที่ไวรัสทำการเพิ่มเข้าไป
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Windows ME:
หมายเหตุ: Windows ME ใช้ backup utility สำหรับ backup ไฟล์โดยอัตโนมัติไว้ที่โฟลเดอร์ C:\_Restore ดังนั้นไฟล์ที่ติดเชื้อสามารถถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ backup ได้ และ โปรแกรมป้องกันไวรัสจะไม่สามารถลบไฟล์เหล่านี้ได้ จึงต้องทำการยกเลิกการใช้งาน Restore Utility ตามขั้นตอนดังนี้
- คลิ๊กขวาที่ไอคอน My Computer บน Desktop และ เลือก Properties
- เลือกแถบ Performance
- กดปุ่ม File System
- เลือกแถบ Troubleshooting
- ใส่เครื่องหมายเลือก "Disable System Restore"
- กดปุ่ม Apply
- กดปุ่ม Close
- กดปุ่ม Close อีกที
- เมื่อมีหน้าต่างขึ้นมาถามว่าจะรีสตาร์ทเครื่องหรือไม่ ให้กด Yes
หมายเหตุ: ตอนนี้ Restore Utility ถูกยกเลิกแล้ว
- รีสตาร์ทเครื่องให้อยู่ใน Safe Mode
- เรียกใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสเพื่อลบไฟล์ที่ติดเชื้อทั้งหมด หรือเปิดหาตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้จากโฟลเดอร์ C:\_Restore และกำจัดออก
หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้วก็รีสตาร์ทเครื่องให้ใช้งานได้ตามปกติ
หมายเหตุ: การเปิดใช้ Restore Utility อีกครั้ง ให้ทำตามขั้นตอนที่ 1-9 และในขั้นตอนที่ 5 ให้ยกเลิกเครื่องหมายที่เลือก "Disable System Restore" ออก
วิธีป้องกันตัวเองจากไวรัส
- ควรลบอี-เมล์ที่น่าสงสัยว่ามีไวรัสแนบมา รวมทั้งอี-เมล์ขยะและอี-เมล์ลูกโซ่ทิ้งทันที
- ห้ามรันไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์ซึ่งมาจากบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่มั่นใจว่าผู้ส่งเป็นใครและไม่ทราบว่าไฟล์ดังกล่าวนั้นเป็นไฟล์อะไร ตลอดจนไฟล์ที่ถูกส่งด้วยโปรแกรมประเภทแช็ต (Chat) ต่างๆ เช่น IRC, ICQ หรือ Pirch เป็นต้น
- ติดตั้งโปรแกรมต่อต้านไวรัส และต้องทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสเป็นตัวล่าสุดอยู่เสมอ
- สร้างแผ่นกู้ระบบฉุกเฉิน (Emergency disk) ของโปรแกรมป้องกันไวรัส และปรับปรุงฐานข้อมูลในแผ่นอยู่เสมอ
- ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงช่องโหว่ (patch) ของซอฟต์แวร์ทุกซอฟต์แวร์อยู่เสมอ โดยเฉพาะ Internet Explorer ดังลิงค์ด้านล่างนี้
Internet Explorer 5.01 SP2
IE 5.5 SP2
IE 6.0 SP1
- ตั้งค่า security zone ของ Internet Explorer ให้เป็น high
โดย:katatummo ที่มา:www.thaicert.or.th
|